กลับหน้าหลัก
สืบเนื่องจากการปฏิรูปการศึกษา และการใช?หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ส่งผลให้ การเขียนแผน
การสอน(เดิม) หรือ แผนการจัดการเรียนรู้(ปัจจุบัน) มีบางส่วนที่เปลี่ยนแปลงไป ก่อนที่ผู้สอนจะเขียนแผนการจัดการเรียน
รู้ได้นั้น ผู้สอนจะต้องเริ่มจากสาระการเรียนรู้ ซึ่ึงทางโรงเรียนได้ จัดทําขึ้น แต่ก่อนที่จะถึงสาระการเรียนรููนั้น แต่ละ
โรงเรียนก็ได้ ศึกษามาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้ช่วงชั้น และผลการเรียนรที่คาดหวังรายปี/รายภาคมาแล้ว
จนนํามาสู่สาระการเรียนรู้ ในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้จึงไม่จําเป็นที่ จะต้องเขียนมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการ
เรียนรู้ช่วงชั้น ผลการเรียนรู้ ที่คาดหวัง ลงในแผนการจัดการเรียนรอกครั้งหนึ่ง ทําให้เป็นการเสียเวลา ก่อนที่ผู้สอนจะลงมือ
เขียนแผนการจัดการเรียนนั้นสิ่งสําคัญที่จะต้องศึกษาให้ถ่องแท้สามด้านคือ
.....ก่อนที่ผู้สอนจะเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ยังจะต้องศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ หน้าที่ 21 ซึงได้กล่าว
ถึงวิธการบูรณาการหลายลักษณะดังนี้
.....๑). การบูรณาการแบบผู้สอนคนเดียว ผสอนสามารถจัดการเรียนรโดยเชื่อมโยงสาระการเรียนร ต่างๆ กับหัวข้อเรื่องที่สอดคล้องกับชีวิตจริงหรอสาระที่
กําหนดขึ้นมาผูสอนสามารถเชื่อมโยงสาระและ กระบวนการเรียนรู้ของกลุ่มสาระต่างๆ เช่น การอ่าน การเขียน การคิดคํานวณ การคิดวิเคราะห์ต่างๆ ทําให้
ผู้เรียนได้ใช้ทักษะและกระบวนการเรียนรไปแสวงหาความรู้ความจริงจากหัวข้อเรื่องที่กําหนด สาหรับ วิชาคณิตศาสตร์ ถ้าจะบูรณาการแบบผู้สอนคนเดียว
ก็สามารถทําได้้ ถ้าผู้สอนสามารถเชื่อมโยงสาระทาง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นด้วยตนเอง เช่น เมื่อสอนจบในแต่ละชั่วโมงแลว ผู้สอนอาจจะสรุปด้วยเพลง
ซ่ึง เป็นการเชื่อมโยงกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ นอกจากนั้นยังเชื่อมโยงกับกลุ?มสาระการเรียนรภาษาไทย
.....๒). การบูรณาการแบบคู่ขนาน จากตัวอย่างข้อ 1 ซึ่งเป็นการบูรณาการแบบผู้สอนคนเดียว ถ้าสามารถทําได้เอง แต่ถาไม่สามารถทําได้้ ครูคณิตศาสตร์
ก็จะต้องไปวางแผนร่วมกับครูวิชาอื่น เช่น วิชาศิลปะ และวิชาภาษาไทย
.....๓). การบูรณาการแบบสหวิทยาการ เป็นการบูรณาการแบบนําเนื้อหาจากหลายกลุ่มสาระมา เชื่อมโยง
.....๔). การบูรณาการแบบโครงการ ผู้สอนอาจจะจัดโครงการร่วมกัน ในหลายๆกลุ่มสาระการเรียนรู้ เช่น จัดโครงการคล้าย โครงการนิทรรศการ ฯลฯ
เมื่อได้ศึกษาเรื่องต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นแล้วก็นําสาระการเรียนรู้ มาเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ตาม หัวข้อต่อไปนี้
.....ในอดีตครูคณิตศาสตร์ เคยเขียน “ สาระสําคัญ ” แต่ที่จะกล่าวต่อไป จะไมเขียน ด้วยเหตุผลที่ว่า สาระสําคัญ นั้นก็ได้แก่ บทนิยาม กฎ สูตร หลักการสมบัติ
ทฤษฎีบท ซึ่งจะนําไปเขียนไว้ใน สาระการ เรียนรู้คณิตศาสตร์นั้น ย่อ “ สาระสําคัญ ” ไม่ได้เหมือนบางสาระการเรียนรู ผู้สอนบางท่านจึงมีความ ลําบากในการ
เขียนสาระสําคัญ เช่น บางคนก็ย่อว่า บวก บวก = บวก ซึ่งไม่ถูกต้อง
การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ พิจารณาดังนี้
.....๑). จุดประสงค์การเรียนรู้ได้เขียนแยกเป็นสามด้าน คือ ด้านความรู้ ซึ่งเขียนเรียงลําดับตามขั้นนํา ขั้นสอน และขั้นสรุป ในกิจกรรมการเรียนรู้ สําหรบด้าน
ทักษะ/กระบวนการ ก็พิจารณาว่าจะเกิดอะไร ตามสาระที่ 6 สําหรับคุณลกษณะนั้น ก็ใหนพิจารณาว่าจะเกิดคุณลักษณะอะไรบ้าง เช่น ทํางานอย่างเป็น ระบบ
มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ ละเอียดลออ มีความรับผดชอบ มีวิจารณญาณ มีความเชื่อมั่นใน ตนเอง มีความสนใจ และกระตือรอร้น กล้าแสดงออก เป็นคน
ช่างสังเกต ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความ ซื่อสัตย์ มีระบบ มีความสะอาดเรียบร้อย มีความตรงต่อเวลา ทํางานเป็นระเบียบ เรียบร้อย ฟังความคิดเห็นของ
ผู้อื่น มีความสามัคคี มีความเป็นผู้นํา มีความเสียสละ มีความเอื้ออาทร
.....๒. สาระการเรียนรู้็ เขียนบทนิยาม กฎ หรือสูตร ฯลฯ ลงก่อน แลวเขียนตัวอย่าง วิธทํา ที่จะ สอนในชั่วโมงนั้น
.....๓. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ เขียนเรียงตามลําดับกิจกรรม
.....๔. กิจกรรมการเรียนรู้ นับว่าเป็นหัวใจในการสอนจะต้องดําเนินการสอนให้สอดคล้องกับ จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้
ขั้นนํา ทบทวนความรู้เดิมที่จะนํามาอ้างอิง ทบทวนเรื่องอะไร โดยวิธใด เช่น ให้ทําเอกสารฝึกหัด หรือใบงาน ฯลฯ เขียนให้ชัดเจน ขั้นสอน หากลวิธีการสอน
ให้ผู้เรียนหาข้อสรุปด้วยตนเอง เท่าที่จะสามารถทําได้ตามลักษณะของ สาระการเรียนรู้แต่ละเรื่อง
..........๑. สรุปเป็นนัยทั่วไป(Generalization ขอใช้คําย่อว่า G) กฎ สูตร บทนิยาม ฯลฯ
..........๒. ฝึกทักษะ(Skill ขอใช้คําย่อว่า S) ซึ่งมีวิธการฝึกแบบต่างๆ
..........๓. นําไปใช้(Application ขอใช้คำย่อว่า A) บางชั่วโมงก็อาจจะสามารถนําไปใช้ได้ แต่ บางสาระการเรียนรู็ก็อาจจะต้องนําไปใช้ในชั่วโมงต่อไป
..........๔. ยกโจทย์ตรวจสอบความเข้าใจ ซึ่งควรเป็นโจทย์สั้นๆ ใช้เวลาทําไม่มาก เช่น จงแยกตัว ประกอบของ x2 - y2
ขั้นสรุป เป็นการสรุปสาระสําคัญก่อนที่จะหมดชั่วโมง ซึงผู้สอนอาจจะใช้การถามตอบ คําประพันธ์ เพลง ฯลฯ ตามสาระการเรียนรู้ แต่ไม่ควรใช้คำว่า
“ครูและนักเรียนรวมกันสรุป” เพราะ นักเรียนได้เรียนมาแล้วในต้นชั่วโมงจึงต้องให้นักเรยนสรุปเองอีกคร้งหนึ่ง
หมายเหตุ ผู้สอนไม่ต้องเขียนคําว่า ขั้นนํา ขั้นสอน ขั้นสรุป ในกิจกรรมการเรียนรู้ ให้เขียนกิจกรรม เรียงลําดับกันไปเป็นข้อๆ ซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์
์การเรียนรู้ด้านความรู้

...... เนื่องจากแต่ละสาระการเรียนรู้มีความแตกต่างกัน ดังนั้นการที่ผู้สอนจะเขียนแผนการจัดการ เรียนรู้ได้ดีดี ผู้สอนจะต้องพิจารณาว่าจะจัดกิจกรรมใด
จึงจะสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้นั้นๆ ซึ่งก็มีเพียง สามรูปแบบเท่านั้นคือ สอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สอนโดยเน้นผู้เรียนและผู้สอนผสมผสาน และ
สอนโดยเน้นผู้สอนเป็นศูนย์กลาง
.....สําหรับการสอนที่เน้นูู้สอนเป็นศูนย์กลางนั้น จะเป็นวิธการสุดท้าย ถ้านักเรียนไม่สามารถเข้าใจ บทเรียนนั้นได้จริงๆ เพราะเนื้อหาคณิตศาสตร์เป็นนามธรรม
บางครั้งก็ยากที่ผ็ูเรียนจะเข้าใจด้วยตนเอง
......* การวัดผลและการประเมินผลการเรียนรู้ จะวัดผลและประเมินผลให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ การเรียนรู้ ซึ่งในด้านความรู้จะใช้การสังเกตรวมๆ วัดผล
ในคาบ เช่น สังเกตจากการตอบคําถาม สังเกต จากการร่วมกิจกรรม ทําโจทย์ตรวจสอบความเข้าใจ หลังจากสอนจบแล้วก็จะสามารถประเมินผลได้นอกจาก
นั้นก็อาจจะให้ทําการบ้าน หรือทําเอกสารที่ครูสร้างเพิ่มเติม เมื่อตรวจงานแล้วก็จะบันทึกเพิ่มเติม ไว้อีกครั้งหนึ่ง
......* บันทึกหลงการจัดการเรียนรู้ ไม่จําเป็นต้องเขียนว่าด้านความรู้ ด้านทักษะ/กระบวนการ ด้าน คุณลักษณะ เขียนเป็นความเรียงต่อกันไป สําหรับด้านความ
รู้ให้ยกเรื่องที่นักเรียนทําไม่ได้ เช่น
   
นักเรียนไม่สามารถหา ค.ร.น. ของ 4 และ 7 ได้ เขียนตามความเป็นจริงที่นักเรียนไม่
เข้าใจ จะได้หาทางแก้ไขและซ่อมเสริมต่อไป
สําหรับด้านทักษะ/กระบวนการ และด้านคุณลักษณะ ก็เขียนจากที่สังเกตเห็นตามความเป็นจริง
 
http://krookalasin.6te.net
บริการข้อมูลข่าวสารเพื่อวิชาชีพครู E-mail : Kenji_Sdc@hotmail.com
..........