กลับหน้าหลัก
 

ที่ตั้ง ภูกุ้มข้าวอยู่ห่างจากตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ ไปทางทิศเหนือเป็นระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร
การเข้าถึงพื้นที่ทำได้โดยใช้เส้นทางหลวงสาย 227 (กาฬสินธุ์-สหัสขันธ์-คำม่วง-วังสามหมอ-พังโคน)
ก่อนถึงตัวอำเภอสหัสขันธ์ประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่วัดสักกะวันตรงข้างโรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา
ไปเป็นระยะทางประมาณ 800 เมตร จะถึงแหล่งซากไดโนเสาร์
ลักษณะของแหล่งภูกุ้มข้าวเป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย โดยพบกระดูก
ไดโนเสาร์เกือบทั้งตัว กองรวมอยู่กับกระดูกไดโนเสาร์กินพืชพันธุ์ต่าง ๆ อีก 2 - 3 ชนิดกระดูกทั้งหมด
อยู่ในชั้นหินที่วางตัวอยู่บนไหล่เขา รูปร่างคล้ายฝาชี ในระดับความสูงทางด้านทิศตะวันตก 200 เมตร
และระดับความสูงทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 240 เมตร อาคารคลุมหลุมขุดค้นมีขนาดประมาณ
700 ตารางเมตร คลุมหลุมขุดค้นพื้นที่ 280 ตารางเมตร ไว้ภายใน และได้ก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ภูกุ้ม
ข้าวขนาด 8,800 ตารางเมตร ในพื้นที่ติดกัน 1 หลัง เพื่อเป็นสถานที่สำหรับค้นคว้าศึกษาวิจัย ของ
นักธรณีวิชาการจากทั่วโลกและเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด
ธรณีวิทยา ภูกุ้มข้าว มีลักษณะเป็นเขาโดดสูงประมาณ 300 เมตร มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 460 ไร่
ประกอบด้วย หน่วยหิน 2 หน่วย เรียงลำดับอายุแก่ - อ่อน ตามลำดับจากเชิงเขาคือ หมวดหินเสาขัว
และหมวดหินภูพาน หมวดหินทั้งสองวางตัวเรียงซ้อนต่อเนื่องกัน เอียงเทไปทางทิศตะวันตกด้วยมุมเอียง
ประมาณ 10 องศา ซากกระดูกที่สมบูรณ์พบอยู่ในชั้นหินทรายปนหินดินดาน ระดับความสูงประมาณ
200 เมตร (ตำแหน่งหลุมขุดค้น) นอกจากนี้ยังพบเศษกระดูกกระจัดกระจายอยู่ในชั้นหินกรวดมน ซึ่งอยู่
เหนือและล่างชั้นซากที่สมบูรณ์ รอบ ๆ ภูกุ้มข้าวด้วย กระดูกในชั้นหินกรวดมนมีลักษณะเป็นเศษแตกหักเกิด
จากแรงขัดสี แรงกระแทก ในขณะที่ถูกกระแสน้ำพัดพามาสะสมรวมกับกรวด ทั้งนี้เนื่องจากกระแสน้ำที่
่พัดพากรวดมีความแรงมากกว่าพัดพาตะกอนทราย เศษกระดูกจึงพบกระจัดกระจายอยู่ทั่ว ๆ ไปในชั้นหิน
ลักษณะเช่นนี้นอกจากจะพบที่ภูกุ้มข้าวแล้วยังพบที่ภูปอ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์อีกด้วยหลุมขุดค้นซาก
ไดโนเสาร์ มีขนาดพื้นที่ประมาณ 280 ตารางเมตร ลึก 1.50 เมตร พบกระดูกมากกว่า 630 ชิ้น
(มกราคม 2544) เป็นกลุ่มของกระดูกส่วนขา สะโพก ซี่โครง คอ และหางของไดโนเสาร์กินพืชไม่น้อยกว่า
7 ตัว นอกจากนี้ยังพบฟันของไดโนเสาร์ทั้งกินพืช และกินเนื้ออีกอย่างละ 2 ชนิด จากลักษณะของกระดูกพบ
ว่า เป็นไดโนเสาร์กินพืชสกุลภูเวียง (Phuwiangosaurus sirindhornae) 1 ชนิด (รูปกระดูกหน้า 67
และรูปจินตนาการหน้า 71)และเป็นไดโนเสาร์กินพืชชนิดใหม่อีก 1 ชนิด สำหรับการศึกษาวิจัยขั้นรายละ
เอียดกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ
การเกิดซากดึกดำบรรพ์
ซากดึกดำบรรพ์ หมายถึงซากสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีทั้งซากพืช ซากละอองเรณู หรือ สปอร์ของพืช ซากสัตว์
หรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในอดีตที่ได้ประทับฝังไว้ในชั้นหินหรือในหิน เมื่อผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลง
ตามธรรมชาติ จะมีส่วนประกอบของอินทรีย์สารเปลี่ยนแปลงไปจากส่วนประกอบ แต่ยังคงรูปลักษณะโครง
สร้างให้เห็นอยู่ ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติอันเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา
นั้น มีอยู่หลายวิธี เช่น
.....1. Permineralization ได้แก่การสะสมตัวของแร่ธาตุในเนื้อพรุนของซาก

 
.....2. Silicification ได้แก่การที่ส่วนประกอบดั้งเดิมของซากถูกแทนที่ด้วยสารซิลิกา ในรูปของแร่ ควอรตซ์ แร่คาลซิโดนี หรือแร่โอปอ
.....3. Petrification ได้แก่ ซากที่กลายเป็นหินแข็ง เนื่องจากส่วนประกอบเดิมถูกแทนที่ด้วยสารละลายซิลิกา หรือสารแคลเซียมคาร์บอเนต
.....4. Carbonization ได้แก่ การที่ซากกลายเป็นสารคาร์บอนฝังในเนื้อหิน หรือเป็นถ่านหิน
.....5. Trace, Track, Trail, Boring, Burrow, Cast, Mold ได้แก่ร่องรอยทางเดิน รอยหนอน รอยชอนไช รอยเจาะ รอยพิมพ์ และรูปพิมพ์บนเนื้อตะกอน ที่ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและทางฟิสิกส์จนทำให้เกิดการแข็งตัวเป็นหิน เช่นรอยเท้าสัตว์บนหินทราย รอยทางเดินบนหินดินดาน รูปพิมพ์ของสัตว์
จำพวกหอย หรือรอยเจาะในหินปูนกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาเหล่านี้ทำให้ซากดึกดำบรรพ์มีส่วนประกอบผิดไปจากซากเดิมของสัตว์หรือพืช
กระบวนการนับตั้งแต่เมื่อสัตว์หรือพืชตายลงจนกระทั่งเปิดเผยให้เห็นได้ในช่วงเวลาต่อ ๆ มานั้น มีขั้นตอนที่ซับซ้อนยาวนานดังต่อไปนี้ คือ
.....1. เมื่อสัตว์ตายลงซากอาจถูกสัตว์กินเนื้อหรือสัตว์กินซากนำพาชิ้นส่วนออกไปทำให้เกิดการกระจัดกระจายของชิ้นส่วนซากขึ้น แต่ในกรณีที่ซากไม่ถูกรบ
กวนแบคทีเรีย หนอน แมลงจะทำให้เนื้อเยื่อเน่าสลายเหลือส่วนแข็ง เช่น กระดูก ฟัน ไว้ในตำแหน่งที่สัตว์ตาย ขั้นตอนเหล่านี้จัดเป็นขั้นตอนของการทำลายทางธรรมชาติ
.....2. ซากที่กระจัดกระจาย หรือเป็นกลุ่ม ณ ที่เดิม ถูกตัวกลาง เช่น กระแสน้ำพัดพาไปยังที่แห่งใหม่ หรือน้ำนำพาตะกอนจากที่อื่น ๆ มาทับถมซากนั้นไว้ทำให้
ซากไม่ถูกทำลายอีกต่อไป กระบวนการดังกล่าวนี้ถือเป็นการเก็บรักษาซากไว้โดยธรรมชาติ
.....3. ซากในชั้นดินทับถมกันมากเข้า ชั้นดินกลายสภาพเป็นชั้นหินโดยการถูกบีบอัดจนแน่นแข็ง หรือโดยมีสารละลายเคมี เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต หรือซิลิกา
เข้าไปจับยึดเม็ดตะกอนเข้าด้วยกันซากที่อยู่ในชั้นดินจะเปลี่ยนสภาพไปเป็นหินด้วยเช่นกัน และโดยวิธีเดียวกันกับชั้นดิน
.....4. ซากใหม่ที่ได้รับการกลบฝังอยู่ในชั้นดินชั้นบน นานเข้าจะกลายสภาพเป็นหินเหมือนดังที่เคยเกิดขึ้นกับซากในชั้นหินชั้นล่าง ลำดับของชั้นหินที่มีซากสัตว์
หรือพืชฝังปะปนอยู่ในเนื้อ จึงเป็นเสมือนบันทึกของประวัติโลกที่บอกกล่าวถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต อย่างเป็นขั้นเป็นตอนต่อเนื่องกันตามเวลาที่ผ่านไป
.....5. โลกไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ เปลือกโลกมีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ การเกลี่ยระดับเพื่อให้เปลือกโลกราบเรียบเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ส่วนที่เป็นที่สูงจะถูก
ทำลายลงและถูกนำพาไปสะสมยังส่วนที่เป็นที่ต่ำ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง บึง ทะเลสาบ มหาสมุทร เป็นขั้นตอนการบันทึกข้อมูล ขณะเดียวกันการแทรกดันตัวของ
ของเหลวร้อนภายในโลกทำให้พื้นผิวโลกเปลี่ยนสภาพไป สถานที่ที่เคยเป็นที่ต่ำเช่น ทะเล จะถูกยกตัวกลายเป็นที่สูง เมื่อชั้นหินซึ่งมีซากฝังตัวอยู่ถูกยกตัวขึ้น
เป็นพื้นที่สูง กระบวนการทำลายโดยธรรมชาติจะเริ่มต้นอีกครั้ง ชั้นหินจะค่อยๆ หลุดลอกออกเผยให้เห็นซากในชั้นหิน ต่อมาชั้นหินและซากในชั้นหินจะแตกหลุด
ออกจากกันและถูกนำพาออกไปจากแหล่งเดิม เพื่อสะสมตัวในที่ใหม่ ประวัติเดิมจะถูกทำลายลง ในขณะที่ประวัติใหม่กำลังจะได้รับการบันทึก
.....6. นักโบราณชีววิทยา ทำหน้าที่ตีแผ่เรื่องราวของเหตุการณ์ในอดีตและเก็บรักษาบันทึกนั้นไว้ให้คงอยู่ต่อไป ด้วยการนำเอาซากออกจากชั้นหิน
นำไปทะนุบำรุงให้ทนทานต่อสภาพในบรรยากาศโลก และเก็บไว้ให้ปลอดภัยที่สุดเพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิง การเก็บรักษาต้องเก็บเป็นระบบตามสากลและเป็น
ระเบียบให้สามารถค้นออกมาศึกษาได้ การประกาศให้โลกทราบถึงสิ่งมีชีวิตสกุลหรือชนิดใหม่ของโลกต้องปฏิบัติตามกติกาสากลซึ่งกำหนดว่า ผู้ทำการเผยแพร
่ข้อมูลจะต้องแจ้งสถานที่เก็บซากอ้างอิงด้วย ทั้งนี้เพื่อให้นักวิชาการทั่วโลกสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ตลอดเวลา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม
บทความวิจัยซึ่งไม่สามารถนำตัวอย่างหลักฐานมาอ้างอิงได้จะไม่ได้รับการเชื่อถือ และไม่สามารถใช้อ้างอิงได้อีกต่อไป
 
http://krookalasin.6te.net
บริการข้อมูลข่าวสารเพื่อวิชาชีพครู E-mail : Kenji_Sdc@hotmail.com
..........